
แนะคนป่วย มีไข้ หากสงสัยว่าติด "โควิด-19" ลองทำแบบประเมินความเสี่ยงของกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลราชวิถี ผ่านเว็บไซต์ ลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด และลดการมาโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ในประเทศไทย ส่งผลให้ประชาชนในกลุ่มเสี่ยงหลายคนเริ่มกังวลว่า ตัวเองจะติดไวรัสโควิด-19 หรือไม่ หรืออาจจะเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลราชวิถี ได้ร่วมกันจัดทำ แบบประเมินความเสี่ยงก่อนมาโรงพยาบาลต่อการติดเชื้อ COVID-19 ผ่านเว็บไซต์ http://rajavithi.emergencymed.net/corona/ โดยแบบสอบถามฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การดูแลตนเองให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด และลดการมาโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแนะนำว่า ผู้ทำแบบประเมินต้องให้ข้อมูลตามความเป็นจริงเพื่อประโยชน์ และลดการมาที่โรงพยาบาลโดยไม่มีความจำเป็นอาจทำให้เสี่ยงการติดเชื้อมากขึ้น นอกจากนี้แบบประเมินนั้นช่วงท้ายสุดจะมีให้เลือกระหว่าง การประเมิน และการทดลองระบบ โดยผู้ที่เข้าข่ายสงสัยว่าเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 โปรดคลิกตรงคำว่า "หากท่านใช้ข้อมูลจริง กรุณากดที่ปุ่ม ทำการประเมิน" ส่วนผู้ที่ต้องการทดสอบระบบ โปรดคลิกตรงคำว่า "หากท่านทดลองระบบหรือไม่ใช้ข้อมูลตามจริงโปรดกดที่ ทดลองระบบ" ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

ผลกระทบจาก ไวรัสโคโรนา ทำให้ทั่วโลกตื่นตัวกับการรับมือ โรคสายพันธุ์ใหม่ ที่อุบัติขึ้นมาคร่าชีวิตของชาวโลกในเวลาอันรวดเร็ว การตื่นตัวที่ว่าไม่ใช่เพียงการป้องกันและการรักษาโรค ยังตื่นตัวด้านการค้นคิดตัวยาใหม่ๆ นวัตกรรมที่จะป้องกันการอุบัติของโรคและการใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องและไม่เป็นอันตราย
ยกตัวอย่างการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่าและเข้าใจถึงการใช้ทรัพยากรอย่างถูกต้อง เป็นเรื่องที่ควรเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ หน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและเอกชน นำร่องไปพอสมควร อาทิ พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ GC โดย ปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้จัดการใหญ่ GC ได้อธิบายถึงการที่ GC ให้ความสนใจและจัดพาวิลเลียน Everlasting Forest by GC ภายใต้แนวคิด Circular Loving เพื่อส่งต่อความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เริ่มจากกระบวนการ Recycle และ Upcycle ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อนำไปต่อยอดและสร้างเป็นธุรกิจใหม่ และทำให้เกิดเป็น ระบบนิเวศทางธุรกิจ ที่จะผลักดันให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ระหว่างคนกับพลาสติก มุมมองใหม่ ผ่านผู้บริโภค นักออกแบบ และแบรนด์ต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและตระหนักรู้ว่า หากเลือกใช้งานพลาสติกอย่างถูกต้อง รวมถึงการบริหารจัดการขยะอย่างถูกวิธีแล้ว พลาสติกก็ถือว่าเป็นวัสดุที่สามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน โดยการนำเสนอผ่านการใช้วัสดุทางเลือกต่างๆ เช่น พลาสติกชีวภาพ ที่มีความแข็งแรงทนทานเป็นทางเลือกที่ดี ทั้งในด้านคุณสมบัติกับสิ่งแวดล้อม ใน ด้านอุตสาหกรรม การใช้ Fiber Rebar หรือ Grass Fiber Reinforced Polymer แทนเหล็ก มีน้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแรงทนทานกว่าเหล็ก 3 เท่า ไม่เป็นสนิมและไม่เกิดการกัดกร่อนทำให้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาว นอกจากนี้ จากการที่เป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา ทำให้สามารถลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจก ที่ปล่อยออกมา โดยการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงร้อยละ 43 ในกระบวนการผลิต และใช้พลังงานในการผลิตน้อยกว่าเหล็ก ร้อยละ 50 หรือจาก ผลิตภัณฑ์หนึ่งสู่ผลิตภัณฑ์หนึ่ง ด้วยการ อัปไซเคิล เพื่อเปลี่ยนขยะพลาสติกหรือพลาสติกเหลือใช้ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น หรือการนำเสนอการใช้ พลาสติกชีวภาพ หรือ ไบโอพลาสติก ที่สลายตัวได้ทางชีวภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดนี้ GC ได้นำมาแสดงให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาเรียนรู้และเข้าใจสิ่งแวดล้อมและการรักษาสิ่งแวดล้อมที่จะส่งผลกระทบกับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ และจะเกิดอันตรายกับมนุษย์ ที่มีการวิวัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ ได้ที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ กรุงเทพฯ อาคารไปรษณีย์กลางบางรัก การเรียนรู้ของผลกระทบกับธรรมชาติที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ หรือการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่เข้าใจและไม่รู้คุณค่า เป็นสิ่งที่จำเป็น มีคุณค่าและสำคัญสำหรับการดำรงอยู่ของคนในปัจจุบันและในอนาคต
